My Name is… ECO The 4 Power

n

Story : T.Aviruth (^_^!)
Photo : ธัญญนนท์ แสงภู่
จาก Souped Up หลายๆ หนที่ผ่านมา ผมสังเกตว่ากลุ่มเครื่องยนต์บล็อกเล็ก มีการแข่งขันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นในสนามแข่ง หรือกลุ่มรถสตรีทที่ใช้งานบนถนน แน่นอนว่ามีหลายสำนัก หลายอู่ มีสูตรสำเร็จ หรือเคล็ดลับต่างๆ ที่สามารถเสกเครื่องบล็อกเล็กๆ ให้วิ่งฉลุยได้อย่างน่าอัศจรรย์  My Name is… ในครั้งนี้ ก็ถือโอกาสนี้ที่จะพาไปรู้จักเจ้าสำนักระดับหัวแถว ของบ้านเรา ว่าแท้ที่จริงแล้ว กว่าเค้าจะมายืนตรงนี้ได้ แต่ละคนเค้าเริ่มต้นจากอะไรกันมาบ้างครับ

หนึ่ง บ้านสวน (ธีรยุทธ ธนิกกุล)
“ไปให้ถึงที่สุดของความตั้งใจ ถึงจะหยุดได้”

“สำหรับฉายาที่ทุกคนรู้จักผมในชื่อ หนึ่ง บ้านสวน เกิดจากตัวผมเนี่ยแหละ ผมนะชื่อ หนึ่ง แล้วบ้านผมก็อยู่ในสวน ซึ่งคนชื่อ หนึ่ง ในวงการมีอยู่หลายคนครับ แต่พอเรียกซ้ำกันมาก เพื่อนผมก็เริ่มเรียก หนึ่งสวน จนกลายมาเป็น หนึ่ง บ้านสวน อย่างทุกวันนี้ครับ ถ้าถามว่าจุดเริ่มต้นของผมในการเข้าสู่วงการรถซิ่ง ก็ต้องขอบอกว่าผมเริ่มต้นจากการทำมอเตอร์ไซค์วิ่งถนนมาก่อน ซึ่งเป้าหมายในการทำรถของผม คือไปให้ถึงที่สุดของความตั้งใจ ถึงจะหยุดได้ และผมก็ได้เดินทางมาในจุดที่ผมตั้งใจไว้ในการทำรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเราทุกคนที่อยู่ในวงการที่เรียกว่าการแข่งขัน ต่างก็รู้ดีว่า วันนี้เราคือที่สุด แล้วพรุ่งนี้จะไม่มีใครเหนือกว่าเรา มันเป็นไปไม่ได้ มันย่อมมีคำว่า ที่สุดของที่สุด เกิดขึ้นมาตลอด ไม่มีวันจบ ดังนั้น เมื่อผมคิดแบบนี้ ผมมาถึงเป้าหมายที่ตั้งใจแล้ว ผมก็หยุดเรื่องของสองล้อไว้ที่ตรงนี้ ขายมอเตอร์ไซค์ทิ้งเลย แล้วก็ตั้งเป้าหมายชีวิตใหม่ ในสายรถยนต์
ก้าวมาสู่วงการสี่ล้อ เหมือนกับการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง พื้นฐานการโมดิฟายเครื่องยนต์มีติดตัวมา แต่ไม่เคยสัมผัสกับรถยนต์ ก็เลยถือโอกาสไปขอสมัครเป็นช่างของ พี่ตุ๋ย Mitsu Sport ซึ่งผมให้เป็นอาจาร์ยท่านแรกเลยในการสอนความรู้และเทคนิคต่างๆ ในการทำเครื่องยนต์ จากประสบการณ์ที่ได้เข้าไปเป็นช่างที่ Mitsu Sport ร่วมๆ 5 เดือน ได้ความรู้จาก พี่ตุ๋ย พี่ถัง และป๋าหัน ที่ช่วยสอนเทคนิคต่างๆ ให้กับผมเยอะมาก รวมถึง พี่น้อย สายไหม อีกท่าน ที่คอยให้คำปรึกษามาโดยตลอด ตลอดในช่วงที่ไปทำงานกับพี่ตุ๋ย กลับมาบ้านผมก็ยังคงรับทำมอเตอร์ไซค์ให้กับลูกค้า เพราะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับผม เพียงแต่ไม่ได้เล่นแล้ว ในช่วงนี้กลุ่มเพื่อนๆ ผมที่เล่นรถมอเตอร์ไซค์มาด้วยกัน ก็เริ่มไปเล่นรถยนต์เหมือนกัน ผมก็มีโอกาสนำประสบการณ์ที่ได้จากการเป็นช่างที่อู่ มาทำรถให้กับเพื่อนๆ ก็มีผิด มีถูก เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆ จนรถที่ผมทำเริ่มเร็วขึ้น ก็เลยเอาเข้าไปลองวิ่งในสนามแข่งเพื่อดูเวลา ก็สักประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา ก็จะเป็นพวก EVO แล้วก็เริ่มทำ Honda บ้างแล้ว โดยมีพี่แจ๊ค J Speed คอยให้คำปรึกษา จะเรียกว่าอาจารย์
คนแรกสายฮอนด้าก็ถูกต้องเลยครับ
ผมเองได้ลองสัมผัสรถมาหลากหลายแบรนด์มาก ขับหน้า ขับหลัง ขับสี่ แต่ถ้าความคิดส่วนตัวผม ผมชอบ Honda เป็นรถที่ขับสนุก ซึ่งที่เร็วกว่าก็มีเยอะ แต่ผมมีความต้องการทำให้เร็ว เหมือนกับที่ผมตั้งใจทำมอเตอร์ไซค์ให้เร็วได้อย่างที่ต้องการ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ผมดูจากผลงานของตัวเองที่ผ่านมา ผมคิดว่ายังไปต่อได้อีก ซึ่งมันเป็นแค่ความคิดของผมนะ คืออยากเห็นเครื่องยนต์บล็อก L วิ่งพิกัด 11 วินาทีต้นๆ ส่วนอนาคตก็คงต้องผันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โลกเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ผมก็ต้องปรับตัวตามให้ทันครับ”

อิสระ กีฬาวัยรุ่น (อิสระพงศ์ กล่อมบรรจง)
“ผมว่าทุกคนก็มีเวลาของตัวเอง…
มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะเจอเวลานั้นก่อนกัน”

“กีฬาวัยรุ่นที่ทุกคนรู้จักผม เริ่มจากเมื่อสิบกว่าปีก่อน ในยุคนั้นผมขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันไม่สามารถติดชื่ออู่ให้คนรู้จักได้ เพราะเดี๋ยวงานจะตามมา แต่ผมอยากให้คนรู้ว่าเป็นพวกเรา ซึ่งผมก็มองว่า กลุ่มที่เล่นมอ’ไซค์ในยุคนั้นล้วนแต่เป็นวัยรุ่นทั้งนั้น ผมกับ เอ้ (เอ้ เรซซิ่ง การาจ) พี่ชายของผมเป็นคนตั้งชื่อ กีฬาวัยรุ่นนี้ขึ้นมา เรียกง่ายๆ ว่าโตมาด้วยกัน ผมเดินตามเอ้ มาตลอด ซึ่งเอ้เค้าจะอายุมากกว่าผม 4 ปี อย่างเอ้อยู่ ปวช. ผมก็ยังเรียนมัธยม แต่เค้าก็พาผมไปตลอดทุกที่ ทำให้ผมเห็นอะไรมากกว่าเพื่อนๆ ในอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แม้กระทั่งการขี่รถมอเตอร์ไซค์ หรือขับรถเก๋งก็ตาม เอ้ก็จะคอยสอนเรื่องของเทคนิคและก็ดูจังหวะต่างๆ ของอาการรถ
ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่เรียนประถม ยุคนั้นเอ้เค้าจ้าง วิรัช ปากน้ำ ทำรถให้เพื่อไปแข่งทุกที่ ผมกับเอ้อยากรู้อะไร อยากทำอะไร ไม่เคยเอาความคิดนั้นๆ มาลองกับรถลูกค้า ถ้าอยากรู้ต้องลองกับรถเราเอง ตั้งแต่รถสองล้อ จนถึงรถสี่ล้อ ซึ่งในยุคที่ผมขึ้นมาเล่นรถยนต์ ตอนนั้นเอ้เค้าซื้อ TOYOTA KE มาวางเครื่องใหม่ ส่วนผมก็เป็นเด็กนั่งข้างๆ ไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด ความเป็นเด็กในสมัยนั้น คำว่ารถแข่งในสนามเป็นเรื่องที่เอื้อมไม่ถึงหรอก อย่างเมื่อก่อนผมกับเอ้ก็ได้แต่ยืนเกาะรั้วสนามดูเค้าแข่งขัน จำได้ว่าไปดูพี่อ๊อฟ หทัย ไชยวัณณ์ แข่ง จนวันนี้พี่เค้าก็กลายมาเป็นอาจารย์ผม กินข้าวด้วยกันประจำ ผมก็ไม่คิดหรอกว่า วันนึงจะได้มาอยู่ในจุดนี้ได้
จาก KE ก็มาสู่ CEFIRO ให้พี่เก๋ K Sport ทำ ก็เริ่มเรียนรู้มาเรื่อย จนเอ้เริ่มทำรถเอง และมีลูกค้าเอารถมาให้ทำ ผมเพิ่งจะอายุ 18 ปี เอง ณ ตอนนั้น เอ้ก็ให้ผมนี่แหละเป็นคนขับรถแข่ง จำได้ว่าขับครั้งแรกวิ่ง 11.8 วินาที หลังจากนั้นผมก็เริ่มศึกษา เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากที่อยู่ตรงนั้นมาเพื่อพัฒนาตนเอง ซึ่งถ้าตัวผมเองเนี่ยจะเริ่มต้นจากซีวิค สามประตู โดยให้ทางอู่ V Pro เป็นคนทำรถให้ มันก็เป็นเหมือนโชคชะตานะ ก่อนที่ผมจะเอารถเข้าไปทำที่พี่นุ่น V Pro มันเริ่มจากรถผมปั๊มติ๊กเสีย แล้วอู่ที่ใกล้ที่สุดคืออู่พี่นุ่น หลังจากนั้นก็ให้พี่นุ่นเป็นคนดูแลรถให้ตลอด ก็ร่วมๆ 10 ปีนะ ระหว่างระยะเวลาในช่วงนั้น ก็มีไปเล่นกระบะด้วย ซึ่งตอนนั้นเอ้ทำอู่แล้ว ผมก็ซื้อกระบะมาให้เอ้ทำเลย อยากลองอะไร ทำอะไร เอาให้เต็มที่ จนทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ผมกับเอ้ในสายคอมมอนเรล ซึ่งตอนนี้ผมทำรถแข่ง 7-8 คัน วิ่งแข่งในงานใหญ่ๆ หลายรุ่น เรียกว่าแข่งคันนี้เสร็จ โดดขึ้นอีกคัน เพื่อแข่งอีกรุ่นต่อเลย แต่ที่สำคัญ คือ รถแข่งทุกคัน เป็นรถของผมเองทั้งหมด ไม่มีรถลูกค้า
จนระยะหลัง พี่นุ่น พี่เบิร์ด บอกผมว่า จะไม่ทำรถให้แล้วนะ ต้องทำรถเองได้แล้ว อยากรู้อะไรให้มาถาม อยากจะจูนรถ เดี๋ยวจะสอนให้ คนแบบนี้มีอยู่จริง พี่นุ่น พี่เบิร์ด อู่ V Pro สอนผมทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องของการใช้ชีวิต ซึ่งวันนึงผมรู้สึกอิ่มตัวกับคอมมอนเรล ผมไม่ค่อยมีความรู้ด้านเทคนิค แต่ที่ขับเพราะว่าชอบมากกว่า จนวันนึงผมมามองรถบล็อกเล็กๆ เพราะเป็นรถที่เห็นได้บนถนนทั่วไป มองไปทางไหนก็เจอ และแล้วชีวิตมันถูกกำหนดให้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งถ้าใครติดตามผมจะเห็นเจ้า BRIO คันเขียวนี้อย่างแน่นอน จุดเริ่มต้นมันคือรถ One Make Race ผมอยากลองไปขับเซอร์กิตบ้าง ก็เลยไปเข้าร่วมแข่งขันในโครงการนี้ แต่เนื่องจากโครงการเค้าทิ้งช่วงระยะจนเงียบหายไป ผมก็เลยเอารถมาทำเป็นรถแข่ง Drag ซะเลย บอกตรงๆ นะ ในเซอร์กิตผมเคยขับอยู่แค่ 2 ครั้ง ที่สนามพีระฯ ขับได้กะโหลกกะลามาก ซึ่งเสน่ห์ของรถเล็กพวกนี้คือเครื่องยนต์แรงม้าไม่เกิน 100 ตัว แต่วิ่งกัน 14-15 วินาทีได้ นี่ถือว่าแรงมากนะครับ เพราะถ้าเรามองย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน รถที่จะวิ่งได้ขนาดนี้มันก็ต้องเป็นบล็อก 6 สูบ ถึงจะวิ่งได้ แต่เดี๋ยวนี้เครื่องบล็อกเล็กๆ ดูเหมือนไม่มีอะไรเลย มันอัจฉริยะมากนะ เครื่องเดิมๆ 80-90 แรงม้า สามารถทำออกมาได้ถึง 250 แรงม้า
มีหลายๆ คนเห็นผลงานผมแล้วอยากให้ผมทำรถให้บ้าง ก็มาคุยกับผม แต่ผมเหมือนไม่มีตัวตน ไอ้คำว่าไม่มีตัวตนนี้หมายถึงว่า “พี่อิสระครับ อู่มึ…อยู่ไหนครับพี่” ผมก็เลยคิดว่า ตัวเองก็มีความสามารถ แล้วพอทำรถได้ ก็เลยเริ่มทำอู่ขึ้นมาได้ 4 ปีแล้ว ในความคิดของผมมองว่า ตลาดรถเล็กเริ่มอิ่มตัว ที่พูดลักษณะนี้ได้ก็เพราะว่าผมขายของหน้าร้านทุกวัน ซึ่งโลกมันเปลี่ยนและอัปเดตอยู่ตลอดเวลา ผมจึงต้องปรับเปลี่ยน ก้าวให้ทันโลกอยู่ตลอดเวลาครับ”

ดี้ เรซสตรีท  (อัฐวุฒิ แรกขึ้น)
“กล่องผมมันก็เปรียบเสมือน เครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยว
คุณชอบกินแบบไหน มันก็สามารถ
จูนรสชาติให้คุณได้ตามต้องการ”

“จริงแล้วก่อนที่ผมจะมาอยู่ในจุดนี้ ผมทำเกี่ยวกับรถซิ่งมานานมากแล้ว แต่จะอยู่ในพาร์ทของการสร้างกล่อง ECU ไปเสริมสมรรถนะให้กับรถ ซึ่งก่อนหน้าที่ผมจะมาทำกล่อง ECU ผมก็เป็นคนเล่นรถคนหนึ่งเหมือนวัยรุ่นทั่วไปครับ เผอิญว่าผมศึกษาทางด้านวิศวะอิเล็กทรอนิกส์มาครับ เรียกว่าตรงสายเลย ซึ่งมีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เดินทางเข้ามาในเส้นทางนี้ คือ มีเด็กคนหนึ่งสนใจอยากจะทำกล่อง ECU ใส่รถบล็อกเครื่อง L เพื่อไปวิ่งเล่นบนถนน ผมก็เลยลองทำออกมาเล่นๆ ดู ปรากฏว่าผลที่ได้มันออกมาดี ก็เลยมองว่ามันสามารถสร้างเป็นธุรกิจได้ ก็เลยกลายเป็นธุรกิจทำกล่อง ECU ออกมาจำหน่ายในตอนนั้น ซึ่งก็น่าจะเป็นยุคแรกๆ เป็นผู้ผลิตให้กับหลายๆ แบรนด์ในตลาดรถซิ่งบ้านเรา
กล่อง ECU ที่ผมทำออกมา มันก็เหมือนกล่องจูนรถทั่วไป เป็นเสมือนส่วนประกอบของรถ จะเปรียบเสมือนว่า คุณกินก๋วยเตี๋ยว คุณก็จะปรุงให้รสชาติของก๋วยเตี๋ยวออกมาถูกปากอย่างที่ต้องการ กล่อง ECU ที่ผมผลิตขึ้นมาก็เฉกเช่นเดียวกัน กล่องก็เปรียบเสมือนเครื่องปรุง ที่คอยปรุงแต่งความแรงให้กับรถคันนั้นครับ ซึ่งกล่องแต่ละตัวก็จะสามารถสร้างความต้องการที่แตกต่างกันไป ตามความพอใจของเจ้าของรถ อย่างเช่นรถบ้านเดิมๆ มันแทบจะ 100% อยู่แล้ว มาใส่กล่อง ก็ปรุงแต่งน้อยหน่อย แต่เมื่อวันใดที่คุณไปเพิ่มปริมาณอากาศให้เข้าเครื่องยนต์ได้มากขึ้น แต่น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพิ่มตาม คราวนี้ก็ถึงหน้าที่ของกล่อง ECU ปรับสัดส่วนปริมาณความต้องการของน้ำมันเชื้อเพลิงให้พอดีกับอากาศที่เพิ่มมา
สำหรับผลงานของผมก็คงเป็นเจ้า BRIO บล็อก L คันที่ทุกคนรู้จัก คันนี้วิ่งยางเรเดียล ดีสุดอยู่ที่ 12.6 วินาที อนาคตก็อยากพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ ในสเต็ปใหม่ ให้สามารถทำงานควบคู่กับกล่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรื่องของอนาคตอยากลองขยับไปเล่นเครื่องตระกูล K เพราะเครื่อง B ของผมก็วิ่งอยู่ในเวลาที่น่าพอใจคือ 12.5 วินาที แต่ตระกูลเครื่อง K ที่ผมจะเอามาทำเป็นตัวฝาขาว ที่เค้าบอกว่ามันทำแล้วแรงสู้ K ฝาแดงไม่ได้ ผมมองว่ามันเป็นโจทย์ยากที่ท้าทายดี เลยอยากลองทำดูครับ ซึ่งผมบอกตอนนี้ไม่ได้ว่ามันจะเวิร์กหรือไม่เวิร์ก คงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันต่อไปครับผม”

ตุ้ม ทีสปีด (ธีรพล สุศิลาภรณ์)
“ผมเริ่มต้นกับความเร็วด้วยของเล่นครับ”

“หลายๆ คนที่ผมเคยอ่านใน My Name is…ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการเล่นรถมาก่อน แต่ผมเริ่มต้นแตกต่างจากคนอื่นเลย ผมเริ่มจากเล่นรถราง Tamiya นี่คือจุดเริ่มต้นความเร็วของผม การโมดิฟายของผมที่จะทำรถให้เร็วแล้วไปสู้กับเค้าคือการพันมอเตอร์ ไปแข่งที่มาบุญครอง พอเริ่มโตขึ้นมาอีกนิดก็จะเป็นพวกรถกระป๋อง แล้วมีอยู่วันหนึ่งป้าร้านขายของเล่นชวนผมให้มาเป็นช่างทำรถกระป๋องที่ร้านเค้า ซึ่งร้านป้าเค้าอยู่หน้าโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ประมาณว่าถ้าซื้อรถก็รับโมดิฟายด้วยเสร็จสรรพจากทางร้านเลย
ตอนที่ผมเริ่มหาเงินได้จากการโมดิฟายของเล่น ก็อายุประมาณ 18 ปี ก็เป็นช่วงวัยรุ่น พาหนะคู่ใจก็คงหนีไม่พ้น Honda Sonic เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ผมได้นำเงินมาจากการทำงานมาซื้อให้เป็นรางวัลของตัวเอง ที่สำคัญ คือซื้อเงินสดเลย หลังจากทำงานมาเพียง 2 เดือนกว่าๆ ก็เริ่มแต่งครั้งแรกจำได้ว่า ยุคนั้น นอต พอช นิยมมาก ผมก็ขี่มาใส่ถึงห้วยขวาง เพราะตอนนั้นมีที่นี่ที่เดียวที่มีขายนอต พอช รถเดิมๆ ขี่สักพักก็เริ่มชิน ผมก็ไม่รู้เรื่องว่าจะทำยังไงให้แรง ก็เอารถไปให้ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์แถวบ้าน เค้ารื้อทำให้ ในจังหวะที่เค้ารื้อรถ ผมก็พยายามสังเกตว่าเค้าทำอะไร ต้องทำตรงไหน อันไหนไม่เข้าใจก็ถามเค้าเอา แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มมารื้อไล่รถเอง พอไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ปรากฏว่ารถผมวิ่งดี เพื่อนๆ ก็ถาม ทำที่ไหน ผมก็บอกว่าทำเอง เพื่อนๆ น้องๆ ก็เริ่มเอารถมาให้ผมทำ จำได้ว่าเงินก้อนแรก 300 บาท ที่ได้มาคือ ค่าแยงฝา Honda Sonic หลังจากนั้นก็เป็นการบอกแบบปากต่อปาก ผมก็มีรถมอเตอร์ไซค์แถวบ้านมาให้ทำเรื่อยๆ ผมทำรถที่บ้านเลย ไม่มีอู่ หลังๆ นี่เรียกว่ามากัน
ทั้งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลย ซึ่งหลังๆ มันเริ่มจะบานปลาย สร้างความเดือดร้อน จนเรื่องราวถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจบ้าง ผมก็เลยตัดสินใจกลับเข้าสะพานเหล็ก ด้วยการทำเครื่องชาร์จไฟ แบบเร็ว ส่งในสะพานเหล็ก ซึ่งรายได้ต่อวันค่อนข้างโอเคเลย สามารถเก็บเงินซื้อรถเก๋งได้
คันนึงคือ VOLVO 740 เอามาแต่งซิ่ง แต่สุดท้ายมันไม่แรง เพราะเครื่องยนต์เป็น 1JZ-GE ผมก็เสาะแสวงหารถใหม่ ก็ไปเจอรถโปรเจกต์ค้างอยู่คันนึงเป็น VOLVO 740 เหมือนเดิม แต่เป็นเครื่อง 3JZ เทอร์โบ เกียร์ออโตเมติก เป็นรถที่เค้าทำไม่จบ ผมตั้งใจจะเอามาทำต่อ ณ ขณะที่ก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ลึกซึ้ง เอาคัน 3JZ มาก็ต้องพึ่งอู่ให้เค้าทำให้อยู่ดี อู่ที่เอาเข้าไปทำ เค้าก็ทำรถซิ่งนะ แต่ทำออกมาไม่ได้อย่างที่ผมต้องการ ก็เลยขาย VOLVO 740 เครื่อง 3JZ แล้วไปเอา CEFIRO A31 เครื่อง JZ มาแทน เป็นรถแต่งซิ่งมาแล้วชุดใหญ่ แต่ทำไม่จบ ซึ่งการที่ผมไปเอารถที่ทำไม่จบแล้วมาแก้ไขต่อ ผมมองว่าเป็นการประหยัดตังค์ เพราะของไม่ต้องซื้อ ผมก็เอา CEFIRO มาไล่ใหม่ ก็ไม่จบเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้มาเรียนรู้จากรถพวกนี้ คือ เริ่มรู้หลักต่างๆ สุดท้ายผมก็ไปซื้อรถที่ทำจบๆ มาคันนึง ซึ่งก็ทำให้รู้ว่ารถที่ทำจบมันต้องเป็นประมาณไหน ซึ่งตอนนี้พวกน้องๆ ที่รู้จัก เค้าก็เริ่มเล่นรถ และเอารถมาให้ผมทำให้ ผมเริ่มจับจุดในการไล่รถได้ ก็รวมๆ กลุ่มกันไปวิ่ง รถมันก็วิ่งดี จนเป็นจุดสนใจให้คนเข้ามาทักทาย จนกลายเป็นที่รู้จัก และมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งในช่วงกระแสคอมมอนเรลดังมาก ผมก็มีแนวทางในการทำรถที่เป็นในสไตล์ของตัวเอง ไม่ค่อยเหมือนใคร โดยส่วนใหญ่จะเรียกเป็นชุดคิตซะมากกว่า อาทิ ชุดคิต 13 วินาที ก็จะมีดันรางใบเดียว หัวฉีดหนึ่งชุด เทอร์โบ 3 พัน อะไรประมาณนี้ มันค่อนข้างเป็นสูตรสำเร็จ ลูกค้าที่มีทุนก็เริ่มเปิดช็อปเอง ผมก็เลยมองว่าคงต้องหาอะไรทำที่เป็นจุดดึงดูด ที่ยังไม่มีใครทำได้ หรือถ้ามีก็ทำได้น้อย ก็เลยมองไปที่รถกลุ่ม ECO ซึ่งพวก BRIO ผมได้ยินมานักต่อนัก ยกเครื่อง 1.2 ลง ยัด 1.5 แทน หรือถ้ามีทุนหนาหน่อย ก็ K20A สูตรสำเร็จ ผมก็เลยมองว่า เครื่อง 1.2 ที่เค้ายกลง ทำไมไม่ค่อยมีใครเอามาเล่น ผมก็เลยจับเครื่องนี้มาเซตเทอร์โบ เสร็จมาแรกๆ ก็ยังไม่สำเร็จ วิ่งไม่ดี ก็ต้องมาไล่กันใหม่ทั้งคัน จนมันวิ่งได้ 12.9 วินาที ในเครื่องยนต์สแตนดาร์ดเซตเทอร์โบ บูสต์ 1 บาร์ ไล่อัตราทดใหม่หมด ซึ่งถ้าพูดถึงเวลาที่ดีที่สุด ของที่ผมเคยทำไว้ เครื่อง 1.2 เปลี่ยนไส้ในใหม่หมด บูสต์ 2.5 บาร์ 380 แรงม้า วิ่งเวลาดีที่สุด 11.5 วินาที จนคันสีบรอนซ์ ที่เคยลงปก XO คันนั้นทำเวลาได้ชื่นใจมาก 10.5 วินาที ณ วันนี้ผมได้ขยายอู่จากเดิมที่อยู่คลอง 1 มาอยู่ที่คลอง 2 เป็นลักษณะ อเวนิว ครบวงจร ทำตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ จนถึงรถแข่งครับ”