ย้อนอดีตขุมพลัง “เวอร์ชันพิเศษ” ในตำนาน !!!

 

Post To The Past

Special Version Power

ย้อนอดีตขุมพลัง “เวอร์ชันพิเศษ” ในตำนาน !!!

เรื่อง : อินทรภูมิ์ แสงดี (P’ สี่ภาค)

ภาพประกอบ : Google

                หลักการแห่งชีวิต อยู่ให้เป็น ต้อง “อยู่กับปัจจุบัน” หรือ Live in Present แต่บางครั้งการย้อนอดีตอันน่าจดจำ มันก็เป็นความทรงจำอันแสนสุข อย่าลืม ไม่มีทารก ก็ไม่มีวัยรุ่น ไม่มีวัยรุ่น ก็ไม่มีผู้ใหญ่ ทุกสิ่งอย่างย่อมเกิดจากอดีตทั้งสิ้น หลังจากที่ Post To The Past by ข้าพเจ้าเอง “นายพี สี่ภาค” เพื่อนของ “เสี้ยม ริมหาด” ในตำนาน รำลึกอะไรได้บางอย่าง ที่มันเป็น “ขุมพลังทรงคุณค่า” ที่ในอดีตมันเคยเป็น “ตัวแรงแบบพิเศษ” คนรุ่นเก่าอาจจะพอจำได้ แต่คนรุ่นใหม่ ดูเผินๆ อาจจะคิดว่ามันเป็น “บล็อกสามัญ” ธรรมดา แต่ถ้าลองได้เป็น Special Version แล้ว มันย่อม “ไม่ธรรมดา” แน่นอน !!!

สำหรับเครื่องยนต์ที่เรานำเสนอ เน้นย้ำอีกทีว่าเป็น “เวอร์ชันพิเศษ” ที่มีอะไรเหนือกว่าเครื่องยนต์บล็อกที่ขายปกติ และอยู่ในรถที่ผลิตมาเพื่อให้ผ่าน Homologate จึงเป็น Limited Edition ซึ่งเราจะไม่นับรวมเครื่องในตำนานแบบขายปกติธรรมดา อย่าง S20 จาก SKYLINE 2000 GT-R หรือ B16A จาก CIVIC SiR นั้นเป็นตำนานจริง แต่มันเป็นเวอร์ชัน “ขายทั่วไป” แต่ครั้งถัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไป (ก็ไม่รู้ครั้งไหนเหมือนกันว่ะ) จะย้อน “เครื่องตำนาน” กันจริงจังอีกสักรอบก็ได้นะ ติดตามชมละกัน “ที่นี่ทีเดียว” นะจ๊ะ ขอเริ่มกันจากค่าย TOYOTA ก่อน นะจ๊ะ…

7M-GTE Turbo A

มาถึงเครื่อง Big Block 6 เม็ด อันเกรียงไกรในอดีตของ TOYOTA บล็อก “7M-GTE” ซึ่งเป็นเครื่องสุดท้ายในอนุกรม “M-Family” ก่อนจะเป็น “2JZ” นั่นเอง มีความจุ 3.0 ลิตร DOHC 24 วาล์ว ที่อยู่ใน SUPRA 3.0 GT รหัส MA70 และ SOARER 3.0 GT-Limited รหัส MZ20 ตัวนี้ฮิตกันในยุค 90 ต้นๆ เพราะ “แรง” เพราะ “ได้ใหญ่” จะให้เจ๋งก็ต้องเป็น “ปลั๊กเทา” เป็นเครื่องรุ่นใหม่ แรงม้า 240 PS ที่ 5,600 rpm (แต่ถ้ามี U ต่อท้าย หมายถึง ระบบขจัดไอพิษ แรงม้าจะลดลงเหลือ 230 PS) เทอร์โบเป็น TOYOTA CT26 บูสต์อยู่แถวๆ 5-7 ปอนด์ เสน่ห์ของมันก็อยู่ที่ “แรงบิดมาไว” ไม่รอรอบ ขับมันส์ เพราะเป็นเครื่องช่วงชักยาว (Under Square) ใครได้ลองก็จะติดใจ…

ส่วนใหญ่จะเป็นยุคหน้า “เซนต์จอห์น” นิยมวางใน “กระบะ” แต่ก่อนต้องแปลงช่วงล่างหลังเป็นอิสระ ยกแพของ SUPRA MA70 ใส่เข้าไปด้วย ไม่งั้น “เอาไม่อยู่” แต่บอกก่อนถ้าคนทำไม่ถึงจริงๆ นี่เลวร้ายกว่าของเดิมเยอะนะครับ บางคันขับไปไม่นาน จุดยึดฉีก ร้าว เบี้ยว วิ่งไปเป๋หนักกว่าเก่าอีก บางคันคาอู่ทำไม่สำเร็จ ตัดไปแล้วทำกลับไม่ได้ก็ทิ้งทั้งคันไปเยอะแล้ว และต้องระวัง “หัวหนัก” เพราะเครื่องมีน้ำหนักมาก ทำให้ “ตูดไกว” ง่าย…

แต่ถ้าเป็นรถเก๋ง ก็นิยมวางในรถขนาดใหญ่หน่อย เช่น BENZ W123 จะนิยมมาก เพราะแรงบิดในรอบต่ำที่ดี พอใช้เกียร์ออโต้มันก็ยังพอรับได้กับเฟืองท้ายเบนซ์ที่ “ทดต่ำ” ประมาณ 3 กว่าๆ ส่วนน้ำหนักก็ไม่น่าจะได้เสียกันเยอะนัก เพราะ SUPRA กับ SOARER น้ำหนักมันก็อยู่ที่ “ตันครึ่งกว่า” เหมือนกัน อย่าคิดว่ารถญี่ปุ่นต้องเบากว่ารถยุโรปเสมอไปครับ ถ้าพิกัด Luxury ขนาดกลางค่อนใหญ่ มันก็แทบจะไม่หนีกัน…

อ้าวเฮ้ย กลับมาก่อน สำหรับ “ตัวพิเศษ” ที่ผลิตออกมาเป็น Limited Edition ก็คือ “SUPRA Turbo A” เอกลักษณ์ของมัน คือ ภายนอก ตัวรถมีเฉพาะสีดำ (เบอร์สี 202) ล้อลายเดียวกับตัวปกติ แต่พ่นสีดำดุดัน มีช่องลม “จมูก” หรือ “Turbo A Duct” อยู่กลางกันชน ช่วยระบายความร้อน (รุ่นปกติไม่มี) จุดสำคัญ มีสติกเกอร์ “3.0 GT TURBO A” ตัว A สีแดง คาดอยู่ข้างประตู ระบบช่วงล่างเซ็ตใหม่ให้ “หนึบ” กว่าเดิม พวงมาลัยและหัวเกียร์เป็นของ MOMO ภายในสีเทา ตัวรถออกมาปี 1988 มีเฉพาะ “สเป็กญี่ปุ่น” หรือ JDM เท่านั้น ผลิตมาเพื่อให้ผ่าน Homologate ในการแข่งขัน Group A Racing รายการ JTCC เท่านั้น ต้องผลิตไม่ต่ำกว่า 500 คัน มาดูกันว่าขุมพลังทำอะไรเพิ่มไปบ้างจากโรงงาน หรือ Factory Tuned…

4T-GTE Twin Plug     

เป็นเครื่องที่เอาพื้นฐานของ “3T-GTE” ที่มีจุดเด่น คือ “เทอร์โบ” และ “ทวินปลั๊ก” 8 หัวเทียน สุดระบือในตำนาน “พาเลซ” แม้แต่ยุค 90 มันก็ยังโด่งดังในสาย “เซียงกง” ถ้าสุดยอดต้องร้าน “ชัยศิริยนต์” ปทุมวัน 26 ในตำนาน ยุคนั้นต้องรู้จัก “ป๋าหรั่ง” กันอย่างแน่นอน วางกันให้รึ่ม ถ้าจะตรงรุ่นก็ต้อง COROLLA ทั้ง KE70 แต่ถ้าจะให้ “จี๊ด” ก็ต้อง Lift Back TE71 วางแล้วแรงเลยเพราะ “รถเบา” (ส่วน “กระบะ” ก็มีวางกันบ้างแต่ “ไม่ค่อยจี๊ด” เท่าไร เพราะรถหนัก) เรียกว่าเป็น “สิงห์รถซิ่ง” ยุคปลายของหน้าพาเลซ เรียกว่าใครวางตัวนี้ในตัว “กระเทย” หรือ “ลิฟต์แบ็ค” ล้อกางๆ ยางปลิ้นๆ ออกมาซิ่งแล้วก็ไปปิ๊ง “ลูกกวาด” ที่ดิ้นอยู่ใน เดอะ พาเลซ ท่า “แย้สะดุ้งไฟ” แม่มทั้งคืน !!!

เครื่องตัวนี้มันวางอยู่ใน CELICA GT-R รหัส TA64 หรือ CORONA GT-T รหัส TT142 ที่มีแบบ Hard Top 2 ประตู ด้วยนะจ๊ะ ซึ่งช่วงล่างหลังเป็นอิสระ (บ้านเราเป็นคานแข็ง) พูดง่ายๆ สองรุ่นนี้มันก็คือ T-Chassis เหมือนกัน ความจุกำลังดี 1.8 ลิตร ฝาสูบแบบ DOHC 8 วาล์ว ก็พัฒนามาจาก 2T-G นั่นแหละ มีเรี่ยวแรง 160 PS เบ่งพลังด้วยเทอร์โบจ้อยๆ บูสต์เบาๆ 7 ปอนด์ ถ้าอยากแรงขึ้น ก็ “เปลี่ยนสปริงขาเวสต์เกตกระป๋อง” ให้มันแข็งขึ้น เปิดยากขึ้น ก็จะได้ราวๆ 10-11 ปอนด์ แรงขึ้นทันตาเห็น แต่ระวังจะ “หลับ” นะครับ อย่างน้อยต้องมี “ฝังหัวฉีด” หรือ “ฝังเข็ม” เพิ่มน้ำมัน จะ Pressure Switch หรือมีตังค์หน่อยก็พวกกล่องคุม Rebic อะไรยังงั้น..

แต่ความพิเศษที่เราจะพูดถึง คือ “4T-GTE” ซึ่งเป็นเครื่องตัวพิเศษ รายละเอียด ประมาณนี้…

จบภาคแรกกันไปก่อนนะครับ คงจุใจกันพอสมควรสำหรับเครื่องพิเศษจาก TOYOTA ที่มีอยู่จริงในตำนาน และเคยมีหลุดเข้ามาบ้านเราแล้วด้วย แต่ใครจะรู้หรือเปล่านั่นอีกเรื่อง คนไม่รู้ปล่อยมันพังไปก็เท่ากับว่า “เหลือแต่ความทรงจำ” ส่วน Part II แฟนๆ เครื่อง NISSAN ติดตามชมได้นะจ๊ะ…

 

ตำนานรถเก่า เราคิดถึงเธอ… อินทรภูมิ์ แสงดี

#Posttothepast#xoautosport #7m-gte #supra #ma70 #turboa #GroupAracing #4T-GTE #toyota #groupbrally
เวบไซต์สาระรถซิ่ง :
xo-autosport.com

Cr. Photo : THAILAND AUTOMOTIVE PHOTO HUB
By GPI Photo Bank : 02-522-1731-8
คลังภาพถ่ายวงการรถยนต์ของเมืองไทย ตั้งแต่ปี 2512 ถึงปัจจุบัน
สนใจ/ต้องการใช้บริการภาพถ่าย กรุณาติดต่อ-สอบถาม